เยอรมนี ได้รับการยอมรับว่า เป็นเมืองแห่งนักประดิษฐ์ มีความก้าวหน้าด้วยเทคโนโลยีระดับสูง แต่เยอรมนีก็ยังคงอนุรักษ์แหล่งท่องเที่ยวที่ล้ำค่า ด้านศิลปะ โบราณสถาน และทิวทัศน์ที่งดงามไม่แพ้ที่ใดๆ ในโลก โดยเฉพาะเส้นทางสาย “อัลไพน์โรด” และ “โรแมนติกโรด” มีปราสาทเด่นแห่งยุโรป ที่ล้ำค่าคู่ประวัติศาสตร์และศิลปะวัตถุ “นอยชวาน สไตน์” แห่งบาวาเรีย ที่สวยงามเป็นสง่าอยู่บนเนินเขา จนกลายเป็นสัญลักษณ์์ของดิสนีย์แลนด์ อันโด่งดังไปทั่วโลก ทิวทัศน์ที่งดงามของเทือกเขาแอลป์แห่งบาวาเรีย สวยสุดๆ เมื่อเดินทางลัดเลาะไปตาม เส้นทางอัลไพน์-บาวาเรียสู่ดินแดนแห่งทะเลสาบใหญ่บอเดนซี สู่เกาะพฤกษชาติไมเนา (Mainau) ที่มีเนื้อที่กว่า 200 ไร่ ได้ชื่อว่าเป็นเกาะแห่ง พฤกษชาติ ที่ตกแต่งอย่างงดงามด้วยไม้ดอกและ ไม้เมืองร้อนจำนวนมาก ตลอดฤดูใบไม้ผลิจนถึง ฤดูร้อน เพื่อศึกษาและวิจัยพันธุ์ไม้ดอก-ไม้ใบจากทุกภูมิภาค จึงหลากหลายด้วยดอกไม้นานาพรรณ ยอดเขา “ซุกสปิตเซ่” ที่สูงสุดในเยอรมนี สามารถเดินทางไปได้ทั้งทางรถไฟ รถยนต์ ไต่เขาและกระเช้าไฟฟ้า เพื่อเดินทางเที่ยวชมทั้งศิลปะโบราณสถาน โบราณวัตถุ สบายๆ กับดอกไม้งามทั้งทิวลิป ฮายาซินต์ ฯลฯ ที่พลาดไม่ได้ ในการเยี่ยมชมนั่นคือ เมืองฟุสเซ่น (Fussen) เมืองสุดท้ายของเส้นทางสาย โรแมนติกของเยอรมนีและถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของ เส้นทางในการสร้างปราสาทของอาณาจักรบาวาเรีย ก่อนนั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูเขาซุกสปิตเซ่ (Zugspitze) ยอดเขาสูงที่สุดในเยอรมนีของเทือกเขาแอลป์ระดับความสูง 2,964 เมตร วิวสวยเหลือเกิน เหมือนได้ไปทั้งยอดเขาทิตลิสและยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาแอลป์จุงเฟรา ที่สวิส
จุดเด่นที่สุดของการท่องเที่ยวนั่นคือ การได้ไปชม “ปราสาทนอยชวานสไตน์” (Neuschwan stein) ที่อยู่บนเขาสูงโดยจินตนาการของกษัตริย์ ลุดวิกที่ 2 ปราสาทที่วิจิตรบรรจงดังเทพนิยาย “มิวนิค”จุดเริ่มเส้นทางที่สวยที่สุดในยุโรป มิวนิคเป็นเมืองที่ได้รับความนิยมในการท่องเที่ยวมากที่สุดของเยอรมนี เป็นจุดเริ่มต้นและศูนย์กลางในการเดินทางต่อไปยังเมืองอื่นๆ ในยุโรป... ไฮไลท์ของการท่องเที่ยวในเมืองมิวนิคอยู่ที่ “มาเรียนพลาตซ์” (Marienplatz) ย่านซิตี้ของเมืองเป็นเขตเมืองเก่าอยู่ใจกลางเมือง เป็นสถานที่ที่ดีที่สุด สำหรับการเริ่มต้นชมเมืองในยุคกลาง ที่นี่เคยเป็นตลาด ปัจจุบันเป็นศูนย์กลางการจัดงานสำคัญทางวัฒนธรรมต่างๆ
มาเรียนพลาตซ์ มีสิ่งที่น่าชมมากมาย อย่างรูปปั้นพระแม่มารีทองคำบนเสาสูง ศาลาว่าการทั้งเก่าและทั้งใหม่ จุดเด่นอยู่ที่หอระฆังจะมีตุ๊กตาออกมาเต้นระบำเวลา 11.00 น. ในหน้าหนาวและเพิ่มรอบ 5 โมงเย็นในหน้าร้อน ใกล้เคียงกันมีโบสถ์คู่บ้านคู่เมือง “เฟราเอ่นเคียร์ชเชอ” (Frauenkirche) โบสถ์พระแม่มารีทรงหัวหอมคู่ สร้างด้วยอิฐสีแดงสูง 99 เมตร เป็นสัญลักษณ์ของเมืองมิวนิคเป็นแหล่งร้านช็อปปิ้ง ร้านอาหารและแหล่งนัดพบ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนบริเวณนี้ ถ้ามีความพยายามก็จะเข้าโบสถ์ เพื่อขึ้นบันไดไปชมวิวด้านบน เป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดแบบพาโนรามาของเมือง ความสูงของบันไดนับได้ประมาณ 200-300 ขั้น ภายในโบสถ์ยังมีแท่นบูชาที่ตกแต่งอย่างหรูหรา โอ่อ่า และรอยเท้าปีศาจอยู่ที่หน้าโถงทางเข้า (เรื่องราวนี้เป็นเรื่องเล่าอยู่ในนิทานพื้นบ้าน) ปีนี้เป็นปีพิเศษของมิวนิค คือ“รอยัล มิวนิค”เน้นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นพวกปราสาท พระราชวังต่างๆ ที่มิวนิคมีพระราชวังสำคัญๆ คือ “นิวเซนเบิร์ก”พระราชวังฤดูร้อนสไตล์บารอค เป็นที่ประสูติของกษัตริย์ลุดวิกที่ 2 เป็นกษัตริย์ที่มี ชื่อเสียงที่สุดของแคว้นบาวาเรีย เป็นเจ้าชายรูปหล่อมาก นอกจากนี้ยังมีพระราชวัง “เพรสซิเดนท์” ซึ่งเป็นพระราชวังเก่าเหมือนกัน ภายในงดงามมาก เก็บข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ โดยในแต่ละห้องจะมีของสะสมเป็นคอลเลคชั่นของราชวงศ์แคว้นบาวาเรีย พวกสมบัติล้ำค่าต่างๆ จากฟ้าสู่ดาวไปต่อกันที่ตลาดท้องถิ่น เป็น ตลาดที่ชาวบ้านนำของมาขาย จำพวกผัก ผลไม้ แม้แต่เครื่องเทศที่มาจากประเทศไทย บางทีก็มีคนเอเชียที่อาศัยอยู่ในเมืองมิวนิคมาขายผัก ผลไม้และดอกไม้ด้วย ยังมีเรื่องของคนเยอรมันที่บ้าฟุตบอลเหมือนคนยุโรป มีสนามกีฬาใหญ่ “อารีอันซ์ อารีน่า” ที่ใช้เปิดสนามการแข่งขันฟุตบอลโลกเมื่อปีที่แล้ว ปัจจุบันเป็นบ้านของสโมสรฟุตบอล 2 แห่ง คือ เอฟซี บาเยิร์น อาจจะคุ้นเคยชื่อ และทีมพีเอสวี 1860 เป็นทีมดิวิชั่น 2 อาจไม่ค่อยมีคนรู้จัก แต่คนมิวนิคก็นิยมชมชอบ ในช่วงหน้าร้อน บริเวณนี้จะเปิดเป็นเบียร์การ์เด้น อย่างช่วงนี้ก็เริ่มมีคนมานั่งใต้ต้นไม้หรือต้นเอ็กซ์มัสต้นใหญ่ นั่งดื่มเบียร์สังสรรค์กันมีอาหารแบบกินง่ายๆ อย่างพวกไส้กรอก ฮอตดอก และสแน็ค นอกจากเมืองมิวนิค ยังมี “บาวาเรีย” ซึ่งเป็นแคว้นทางใต้ของเยอรมนี จากมิวนิคเดินทางไปใช้เวลาชั่วโมงครึ่งก็ถึง จุดเด่นของที่นี่จะเน้นธรรมชาติ พระราชวัง อย่างปราสาทนอยชวานสไตน์ เป็นปราสาทที่มีผู้มาเที่ยวชมมากที่สุดในโลก ปีนี้เป็นปี “รอยัลมิวนิค” เน้นสถานที่ท่องเที่ยวที่เกี่ยวกับพระราชวัง กษัตริย์ลุดวิกที่ 2 ทรงสร้างปราสาทนอยชวานสไตน์อันลือลั่น ท่านใช้ชีวิตที่ปราสาทตั้งแต่วัยเด็กและเกิดแรงบันดาลใจให้ท่านสร้างปราสาทขึ้นมา
หลังจากนั้นก็สร้างปราสาทอีก 2 หลัง คือ แฮร์เรนคีมเซ เลียนแบบพระราชวังแวร์ซายน์ ด้วยความที่ท่านชื่นชมในพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 และเสด็จไปฝรั่งเศสถึง 2-3 ครั้ง ก็เลยเกิดความประทับใจ ภายในปราสาทมีห้องกระจกสวยงาม ปราสาทแห่งนี้สร้างอยู่บนเกาะกลางน้ำ จากโฮเฮนชวานเกาก็ตรงไปที่อินส์ บรุคของออสเตรีย “อินส์บรุค” เป็นเมืองหลวงแคว้นทิโรลมีหลังคาทองคำที่สวยงามอยู่ในอ้อมกอดของเทือกเขาแอลป์ ไฮไลท์ คือ โชว์รูมใหญ่ ชวารอฟสกี้ หรือคริสตัลเวิลด์ ที่เป็นรูปยักษ์ อยู่หน้าประตู มีงานจัดแสดงคริสตัลในรูปแบบต่างๆ กลับมาที่เยอรมนี “แบดเฮดการ์เด้นท์” เป็นเมืองเล็กๆ แต่มีความสวยงามทางธรรมชาติ มีภูเขา ทะเลสาบ สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นไฮไลท์ คือ เหมืองเกลือ (ซอลล์ ไมน์ส แบคเทสกาเดน) เป็นเหมืองเกลือแต่ดั้งเดิม ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถให้เข้าไปใช้ชีวิตเหมือนชาวเหมือง แต่งตัวเป็นชาวเหมือง สมัยก่อนเหมืองเกลือคือทองคำ มีค่าสามารถเก็บรักษาอาหารได้ และผลิตภัณฑ์จากธรรมชาตินี้ก็เปรียบเสมือนการดีท็อกซ์สิ่ง มีพิษในร่างกายออกมา คนที่ทำงานที่เหมืองเกลือ ผิวพรรณดีมาก ใส ดูเป็นคนที่มีสุขภาพดี และนำเกลือมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ด้านความงามด้วย
ทะเลสาบคีมเซ เป็นทะเลสาบใหญ่ ที่สุดของแคว้นบาวาเรียมีการรักษาสุขภาพ และสิ่งแวดล้อมดีมากเรือที่ล่องบนทะเลสาบเป็นเรืออิเล็กทรอนิกส์ไม่มีมลภาวะน้ำเขียวใสเหมือนกระจก เยอรมนีมีความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ ถือเป็นเมืองของ นักธุรกิจเป็นโอกาสของการไปดูงาน ที่มิวนิคมีการจัดงานนิทรรศการหลายหลากแขนงมาก
วันอังคารที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น